Working Out Podcast Finance วิธีการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน

วิธีการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน

สำหรับบางคนเงินอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ไม่ว่าจะในยุคไหนก็ตาม ดังนั้นแค่การมองหาช่องทางสร้างรายได้อย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่แข็งแรงด้วย เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน แต่จะมีวิธีการสร้างยังไง? หรือใครบ้างควรทำ? ไปดูกันเลย! 

สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินอย่างไรดี 

สำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินเมื่อต้องต่อสู้กับวิกฤตหรือรับมือกับความไม่แน่นอน หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 แนวทาง ได้แก่

1. บริหารจัดการความเสี่ยง 

วิธีการบริหารจัดการความเสี่ยงนั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธี สามารถเลือกให้ตอบโจทย์ความต้องการได้เลย หรืออาจเลือกหลาย ๆ วิธีเพื่อให้ความเสี่ยงกระจายออกไปให้ได้มากที่สุด เช่น การลงทุนในหุ้น ลงทุนในตราสารหนี้ การทำประกันชีวิต การทำประกันสุขภาพ การทำประกันโรคร้ายแรง เป็นต้น 

2. สำรองเงินไว้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน

เช่น เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยแบบกะทันหัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เบียดเบียนเงินเก็บ โดยต้องมีสำรองไว้อย่างน้อย 3 – 6 เท่าของรายได้ต่อเดือน เช่น มีรายได้ 20,000 บาท ต้องมีเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่า 60,000 – 120,000 บาท 

3. ออมก่อนใช้

การบริหารจัดการเงินของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยก็คือไม่ว่าจะมีขั้นตอนอะไรก็ตามให้คุณออมเงินก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยกระจายเงินส่วนที่เหลือไปใช้ในกรณีอื่น ๆ 

ใครบ้างควรวางแผนทางการเงินหรือสร้างภูมิคุ้มกัน 

ต้องขอบอกเลยว่าทุกคนทุกเพศทุกวัยจำเป็นต้องมีการวางแผนหรือการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในอนาคต ตัวอย่างแนวทาง เช่น

  • วัยเกษียณ มีการวางแผนค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ค่ารักษาพยาบาล ค่าส่งต่อมรดก และการส่งต่อทรัพย์สินอย่างครอบคลุม
  • วัยสร้างครอบครัว มีการวางแผนบริหารรายรับ – รายจ่าย ประกันชีวิตให้กับคนในครอบครัวและตัวเอง การวางแผนประกันสุขภาพ 
  • วัยทำงาน รู้จักการวางแผนสำรองเงินฉุกเฉิน วางแผนภาษีจากรายได้ และการบริหารจัดการความเสี่ยง
  • วัยเด็ก ควรสอนให้รู้จักการฝากเงิน การออมเงินที่เหลือจากค่าขนม

เหตุผลที่คุณควรวางแผนการเงิน

มีอยู่ด้วยกัน 3 เหตุผลหลัก ได้แก่ 

  • มูลค่าเงินมีโอกาสลดลง ยิ่งเจอกับอัตราเงินเฟ้อเข้าไปบอกได้คำเดียวเลยว่าเจ็บ
  • เพราะเราทุกคนมีความฝันและสิ่งที่ต้องการ เช่น บ้าน รถ การเดินทางท่องเที่ยว
  • เพราะเราอายุมากขึ้นในทุก ๆ วัน แถมยังมีโอกาสเจ็บป่วย เผชิญความเครียด และอื่น ๆ 

และสุดท้ายอย่าลืมมองหาทางเลือกการลงทุนที่ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองไว้ด้วย แม้ในระยะเวลาสั้น ๆ อาจไม่ได้ผลตอบแทนแบบชัดเจนสักเท่าไหร่ แต่ระยะยาวช่วยให้คุณสามารถมีความมั่นคงทางการเงินหรือมีอิสรภาพทางการเงินได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

Related Post

การบริหารกระแสเงินสดส่วนบุคคล วางแผนรายรับรายจ่ายให้มีเงินเหลือเก็บการบริหารกระแสเงินสดส่วนบุคคล วางแผนรายรับรายจ่ายให้มีเงินเหลือเก็บ

การบริหารกระแสเงินสดส่วนบุคคลและการวางแผนรายรับรายจ่าย การบริหารกระแสเงินสดส่วนบุคคล หมายถึง การจัดการและควบคุมรายรับและรายจ่ายของแต่ละบุคคลเพื่อให้มีเงินเหลือเก็บและรักษาสภาพคล่องทางการเงินอย่างมั่นคง การวางแผนรายรับรายจ่ายอย่างมีระบบมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะในยุคที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า คนไทยจำนวนไม่น้อยมีรายจ่ายเกินกว่ารายรับ ส่งผลให้เกิดภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น การบริหารกระแสเงินสดจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้จะพูดถึงความหมายของการบริหารกระแสเงินสดส่วนบุคคล หลักการวางแผนรายรับรายจ่าย พร้อมตัวอย่างแนวทางการปฏิบัติที่ช่วยให้มีเงินเหลือเก็บอย่างเป็นระบบ ความหมายและลักษณะของการบริหารกระแสเงินสดส่วนบุคคล การบริหารกระแสเงินสดส่วนบุคคล คือ การควบคุมและติดตามแหล่งที่มาของเงิน (รายรับ) และการใช้จ่ายเงิน (รายจ่าย) เพื่อให้สามารถรับมือกับความต้องการทางการเงินในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างสมดุล โดย ดร. สมชาย จันทร์ทิพย์ นักวิจัยด้านการเงินส่วนบุคคล ได้ให้ความหมายไว้ว่า “กระแสเงินสดส่วนบุคคล คือ เส้นทางการไหลของเงินเข้ากระเป๋าและออกจากกระเป๋าของบุคคลที่จะบ่งบอกถึงสภาพคล่องและสุขภาพทางการเงิน”

รายได้ VS ทรัพย์สิน

รายได้ VS ทรัพย์สิน: เคล็ดลับทางการเงินที่เปลี่ยนชีวิตคุณรายได้ VS ทรัพย์สิน: เคล็ดลับทางการเงินที่เปลี่ยนชีวิตคุณ

ในโลกของการเงินส่วนบุคคล มีสองคำที่มักถูกใช้สลับกันจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด คือ “รายได้” (Income) และ “ทรัพย์สิน” (Assets) ทั้งสองคำนี้มีความสำคัญ แต่บทบาทและผลกระทบต่อความมั่งคั่งในระยะยาวนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้างฐานะที่มั่นคงและอิสรภาพทางการเงิน ไม่ว่าคุณจะมีรายได้สูงแค่ไหน หากคุณไม่ได้เปลี่ยนรายได้ให้เป็นทรัพย์สินที่ถูกต้อง คุณก็อาจจะยังคงติดอยู่ใน “กับดักหนู” ทางการเงินได้ตลอดไป 1. “รายได้” (Income): กระแสเงินที่ไหลผ่านมือคุณ รายได้ คือเงินที่ไหลเข้ามาในกระเป๋าเงินของคุณเป็นประจำ ซึ่งโดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก: ปัญหาของรายได้: รายได้สูงไม่ได้เท่ากับความมั่งคั่งที่ยั่งยืน คนที่มีรายได้สูงจำนวนมากมักเผชิญกับ “ภาวะเงินเฟ้อของไลฟ์สไตล์” (Lifestyle Inflation) คือเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น

Investment

เงินก้อนแรก 10,000 บาท เลือกลงทุนอะไรได้บ้างเงินก้อนแรก 10,000 บาท เลือกลงทุนอะไรได้บ้าง

วัยรุ่นในปัจจุบันมีความนิยม และให้ความสนใจกับการลงทุนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้การลงทุนไม่จำเป็นต้องใช้เงินหลักแสน หรือหลักล้านเพื่อให้ได้ถือหุ้นจากบริษัทยักษ์ใหญ่ เพียงแค่เงินหลักสิบ หรือหลักพันก็ทำให้คุณได้รับส่วนแบ่งจากบริษัท หรือองค์กรที่คุณสนใจได้แล้ว  ใครที่ตอนนี้มีเงินเย็นนอนนิ่งอยู่ในบัญชีประมาณ 10,000 บาท และอยากเปลี่ยนเงินจำนวนนี้ให้กลายเป็นเงินที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง บทความชิ้นนี้มีลู่ทางในการลงทุนที่เหมาะสมกับจำนวนเงิน และมีความเสี่ยงที่ไม่สูงมาก จะมีวิธีการลงทุนอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย  ทำไมเป็นวัยรุ่น ต้องรีบลงทุน  การลงทุนควรเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทุกคนควรรู้ ถ้าเป้าหมายในการทำงาน หรือการหาเงินของคุณคือการทำให้ตัวเองมีอิสระทางการเงิน การลงทุนยิ่งเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ทุกคนควรทำความเข้าใจ ยิ่งเรียนรู้ได้เร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้คุณมีชีวิต และไลฟ์สไตล์อยากที่เป็นได้  นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวัยรุ่นในยุคนี้ถึงควรที่จะเรียนรู้ช่องทางในการลงทุน และมองโลกเศรษฐกิจที่แตกต่างออกไปจากคนยุคก่อน อย่างไรก็ดีสิ่งที่คุณควรรู้ไว้ก่อนเริ่มต้นลงทุนคือ การลงทุนนั้นมีความเสี่ยงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะความเสี่ยงต่ำ