Working Out Podcast Finance ผู้บริหารด้านการเงิน ทำหน้าที่อะไรบ้าง

ผู้บริหารด้านการเงิน ทำหน้าที่อะไรบ้าง

ธุรกิจเกี่ยวกับการเงินเป็นเรื่องของการบริหารทั้งบัตรเครดิต เงิน ซื้อขายหุ้น บริษัทบัญชี ประกัน รวมถึงการลงทุนอื่น ๆ ซึ่งบริษัทการเงินนั้นมีให้บริการหลายแห่งทั่วทุกมุมโลก ผู้บริหารจะมีหน้าที่ดำเนินการเรื่องเงินในแต่ละแบบตามจุดประสงค์ที่ถูกกำหนด โดยจะมาพูดถึงในบทความนี้ให้ทุกคนรู้จักว่าหน้าที่บริหารการเงินมีอะไรบ้าง

ธุรกิจการบริหารด้านการเงินในปัจจุบัน

การดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ในทุกวันนี้ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจากอดีตสู่ปัจจุบัน ขับเคลื่อนด้วยเงินทุนซึ่งแน่นอนว่าต้องมาจากธุรกิจการเงินไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ เงินประกัน ธนาคาร รวมถึงธุรกิจแบบอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีให้ผู้ประกอบการหรือนักลงทุนได้เลือกหลากหลายตามความต้องการ สามารถกล่าวได้ดังต่อไปนี้

การลงทุน 

ดำเนินการผ่านพันธบัตรของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ มีค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไปตามกำหนด ช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความไว้ใจแก่ลูกค้า

การธนาคาร

ทำงานเกี่ยวกับการฝากถอน กู้บัตรเครดิต เงินสด ซึ่งธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่หลายคนคิดถึงมากสุดเนื่องจากสามารถหาเงินทุนได้จากที่แห่งนี้ อีกทั้งคิดดอกเบี้ยไม่สูงมาก มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน ภาษี และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง

การบัญชีและภาษี

เป็นบริการด้านการเงินที่หลายคนอาจคิดไม่ถึง โดยจะช่วยในเรื่องของการโอนเงินหรือแลกเปลี่ยนค่าเงินของต่างชาติ

การประกัน

เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ครอบคลุมไปถึงสุขภาพและความปลอดภัยของอสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สิน และลดความเสี่ยงของผู้ซื้อ

หน้าที่ของผู้บริหารด้านการเงิน

การทำธุรกิจไม่ว่าจะแบบใดก็ตามล้วนต้องมีการบริหารเรื่องเงินให้ดีเพื่อให้สามารถดำเนินกิจการและสร้างผลกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่าแก่ธุรกิจ สำหรับหน้าที่ของผู้บริหารเงินนั้น มีดังนี้

วางแผนและพยากรณ์

เป็นการประสานงานกับหน่วยต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลมาใช้วางแผนและพยากรณ์ด้านการเงิน แบ่งได้ 2 แบบ ได้แก่ วางแผนและพยากรณ์การเงินระยะสั้นกับระยะยาว จุดประสงค์ก็เพื่อคาดเดาว่าเงินสดที่ได้รับจากกิจการนั้นเป็นเท่าไหร่ เดือนนั้น ๆ มีสัดส่วนเงินกำไรและขาดทุนเป็นอย่างไร

จัดหาเงินทุนและตัดสินใจลงทุน

เป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องตัดสินใจ โดยจะแบ่งได้ 2 แบบ ได้แก่ ปัญหาระยะสั้น คือการตัดสินใจซื้อขายสินค้าว่าควรยกเลิกหรือไม่เมื่อมองเห็นว่าขาดทุน กับปัญหาระยะยาว ซึ่งจะต้องตัดสินว่าโครงการไหนที่ต้องสร้างโรงงานใหม่มาแทนที่โรงงานเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

การควบคุมและประสานงาน

เป็นการทำงานร่วมกันของฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการเงิน ทำการตัดสินใจว่าควรทำการตลาดอย่างไรให้คุ้มค่ากับเงินทุนที่เสียไป พร้อมกับขยายกิจการและหาแหล่งทุนอย่างเหมาะสม

เป็นตัวแทนติดต่อตลาดการเงิน

คือการติดต่อตลาดเงินเพื่อหาทุน โดยมีอยู่ 3 ตลาด ได้แก่ ตลาดเงิน ตลาดการเงิน และตลาดทุน 

บริหารความเสี่ยง

เป็นการจัดการความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ ซึ่งมีทั้งหมด 2 ลักษณะ นั่นก็คือ

  • ความเสี่ยงในระบบ
  • ความเสี่ยงนอกระบบ

จากบทความกล่าวได้ว่าผู้ที่บริหารการเงินจะมีหน้าที่หลายอย่าง เพื่อที่จะพัฒนาธุรกิจให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีคุณภาพ คุ้มค่าต่อการลงทุน คนไหนทำหน้าที่นี้ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาจะส่งผลกระทบโดยรวมต่อองค์กรอย่างมาก

Related Post

Small Business Finance

การเงินสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก กลยุทธ์สำคัญสำหรับการจัดการกระแสเงินสดและการเติบโต การเงินสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก กลยุทธ์สำคัญสำหรับการจัดการกระแสเงินสดและการเติบโต 

การจัดการกระแสเงินสดและการเติบโตอย่างยั่งยืน ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิผลถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จในระยะยาวของธุรกิจขนาดเล็ก เราได้นำกลยุทธ์สำคัญในการจัดการกระแสเงินสดและส่งเสริมการเติบโตมาแนะนำกัน การเงินสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เริ่มจากการสร้างแผนทางการเงินโดยละเอียด  พัฒนาแผนธุรกิจที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึงประมาณการทางการเงินในระยะสั้นและระยะยาว แผนนี้ควรสรุปรายได้ ค่าใช้จ่าย และกระแสเงินสดที่คาดหวัง อัปเดตแผนนี้เป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจของคุณ และจับตาดูงบกระแสเงินสดของคุณอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะติดตามเงินเข้าและออกจากธุรกิจของคุณ การทำความเข้าใจรูปแบบกระแสเงินสดของคุณช่วยให้คุณคาดการณ์การขาดแคลนเงินสดและส่วนเกินได้ ประมาณการกระแสเงินสด สร้างการคาดการณ์กระแสเงินสดรายเดือนหรือรายไตรมาส เพื่อคาดการณ์สถานะทางการเงินในอนาคตของคุณ การคาดการณ์เหล่านี้ช่วยให้คุณมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย การลงทุน และแผนการขยายธุรกิจ รวมทั้งใช้ขั้นตอนการออกใบแจ้งหนี้ที่ชัดเจน เสนอสิ่งจูงใจสำหรับการชำระเงินก่อนกำหนด และติดตามบัญชีที่พ้นกำหนดชำระ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกค้าของคุณทราบถึงเงื่อนไขการชำระเงิน  จัดการค่าใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบค่าใช้จ่ายของคุณเป็นประจำและระบุจุดที่คุณสามารถลดต้นทุนได้ โดยไม่ต้องเสียสละคุณภาพ เจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อขอเงื่อนไขที่ดีกว่า และพิจารณาทางเลือกอื่นหากต้นทุนสูงเกินไป

การสร้าง Passive Income จากอาชีพเสริม

เป้าหมายการสร้างรายได้แบบ Passive Income จากอาชีพเสริมเป้าหมายการสร้างรายได้แบบ Passive Income จากอาชีพเสริม

ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อยๆ การพึ่งพารายได้จากงานประจำเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว หลายคนจึงมองหาช่องทางในการสร้างรายได้เพิ่มเติม โดยเฉพาะรายได้แบบ Passive Income หรือรายได้แบบต่อเนื่องที่ไม่ต้องลงแรงมากนัก ซึ่งสามารถสร้างได้จากอาชีพเสริมหลากหลายรูปแบบ บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการตั้งเป้าหมายและวิธีการสร้าง Passive Income ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาดและมีอิสรภาพทางการเงินในอนาคต การกำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน การสร้าง Passive Income ที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน คุณควรประเมินสถานะทางการเงินปัจจุบัน ทั้งรายได้ รายจ่าย หนี้สิน และเงินออม จากนั้นกำหนดว่าต้องการสร้างรายได้เสริมเดือนละเท่าไร เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เช่น เพื่อการเกษียณ เพื่อซื้อบ้าน หรือเพื่อการท่องเที่ยว การตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงและวัดผลได้จะช่วยให้คุณมีแรงจูงใจและสามารถติดตามความก้าวหน้าได้

เตรียมรับมือรายจ่ายที่ไม่คาดคิด วางระบบเงินสำรองเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้ชีวิตประจำวันเตรียมรับมือรายจ่ายที่ไม่คาดคิด วางระบบเงินสำรองเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้ชีวิตประจำวัน

เงินสำรองฉุกเฉินคือเงินที่แยกไว้ใช้เมื่อเกิดเหตุจำเป็นซึ่งคาดการณ์ไม่ได้ เช่น เจ็บป่วย ตกงาน หรือรถเสีย การเตรียมเงินก้อนนี้ช่วยลดโอกาสต้องกู้ยืมหรือขายทรัพย์สินในช่วงเวลาคับขัน โดยเริ่มจากประเมินค่าใช้จ่ายจำเป็น ตั้งเป้าหมายให้เหมาะกับความมั่นคงของรายได้ แล้วทยอยออมไว้ในที่ปลอดภัยและถอนใช้ได้สะดวก ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยและแนวทางความรู้ทางการเงินของหน่วยงานต่าง ๆ เน้นย้ำการวางแผนรายรับรายจ่ายและการเตรียมพร้อมรับความเสี่ยง แต่จำนวนเงินที่เหมาะสมย่อมต่างกันตามภาระและสถานการณ์ของแต่ละคน ความหมายและบทบาทของเงินสำรองฉุกเฉินต่อความมั่นคงในชีวิตประจำวัน เงินสำรองฉุกเฉินคือเงินที่จัดเก็บแยกจากเงินใช้จ่ายประจำและเงินลงทุน เพื่อรองรับรายจ่ายจำเป็นที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดหรือการขาดรายได้ชั่วคราว แนวทางที่พบได้ทั่วไปคือสำรองให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นประมาณ ๓–๖ เดือน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์ตั้งต้น ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัว ผู้มีรายได้ไม่แน่นอน มีผู้พึ่งพิง หรือมีภาระหนี้สูง อาจต้องเตรียมมากกว่านั้น เงินก้อนนี้มีหน้าที่เป็นกันชนทางการเงิน ไม่ใช่เงินสำหรับซื้อของตามใจหรือเก็งกำไร หากไม่มีเงินสำรอง เหตุฉุกเฉินเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ต้องใช้บัตรเครดิต